Quick Start – PC

 เมื่อเข้ามาในระบบ PC จะเข้ามาที่หน้าหลักของระบบ จากนั้นให้ทำการตั้งค่าการใช้งานต่างๆ ของระบบเพื่อเริ่มการใช้งานเบื้องต้น

53

 

ระบบ (System)

        การตั้งค่าระบบ

  1. กดที่เมนูตั้งค่า

53-1

2. กดที่เมนูระบบ

53-3

จากนั้นให้แก้ไขชื่อร้านและอีเมล์

0001

  1. แก้ไขชื่อร้าน จะแสดงตรง Title ของเว็บไซต์

02

      2.แก้ไขอีเมลล์ของระบบ เป็นอีเมลล์ที่ระบบจะใช้ในการส่งหาลูกค้าและเวลาที่ลูกค้าสั่งซื้อสินค้าเข้ามา

 

ข้อมูลบริษัท (Company Data)

        การตั้งค่าข้อมูลบริษัท

3

  • โลโก้ส่วนหัว จะแสดงในส่วนของ Header บนหน้าเว็บไซต์
  • โลโก้ส่วนท้าย จะแสดงในส่วนของ Footer บนหน้าเว็บไซต์

 

การจัดส่งสินค้า (Shipping)

         ระบบ PC มีการตั้งค่าการจัดส่งสินค้าได้มากถึง 3 แบบด้วยกัน โดยลูกค้าปรับแต่งชื่อของการจัดส่งสินค้าได้ตามที่ต้องการ หรือหากลูกค้าไม่ต้องการใช้งานในรูปแบบใดก็สามารถเอาออกได้เช่นกัน

001

  • เมื่อคลิกยกเลิกการใช้งาน ในหน้า Cart จะไม่แสดงข้อมูลของ Shipping นั้น ๆ cancel

 การจัดส่งสินค้าผ่านทางไปรษีย

จะเป็นการตั้งค่าการจัดส่งสินค้าผ่านทางไปรษณีย์ โดยลูกค้าสามารถปรับแต่งการตัังค่าต่าง ๆ ได้ตามที่ต้องการ

  • เพิ่มโซนการจัดส่งสินค้า การเพิ่มโซนการจัดส่งสินค้า002

 

ภาพด้านล่างแสดงฟอร์ม การเพิ่มโซนการจัดส่งสินค้า โดยมีข้อมูลต่าง ๆ ดังนี้

003

  1. เลือกประเทศที่ต้องการจัดกลุ่ม (คลิกที่ช่องหมายเลข 1 ในภาพ) เมื่อเราเลือกประเทศแล้ว ประเทศที่เลือกจะแสดงลงมาอยู่ด้านล่างของช่องกรอกข้อมูล (แสดงดังหมายเลข 2 ในภาพ)
  2. ตั้งชื่อโซนตามที่ลูกค้าต้องการ (หมายเลข 3 ในภาพ) และกรอกคำอธิบาย (หมายเลข 4 ในภาพ) ชื่อโซนจะถูกนำมาแสดงในหน้าของ Cart เมื่อมีการเลือกข้อมูลในโซนนั้น ๆ

เมื่อลูกค้าเพิ่มโซนเรียบร้อยแล้ว ก็ต้องมีการเพิ่มอัตราการจัดส่งสินค้า ซึ่งแบ่งได้ 2 แบบ

  • ขึ้นอยู่กับราคาการสั่งซื้อ คือ ถ้าหากสินค้าที่ลูกค้าซื้ออยู่ในช่วงราคาที่กำหนด จะทำระบบจะแสดงตัวเลือกให้เลือกในหน้า Cart สามารถตั้งราคาซ้ำกันได้ หรือ ช่วงราคาที่ทับกันได้

005

  • ขึ้นอยู่กับน้ำหนักการสั่งซื้อ คือ ถ้าหากสินค้ามีน้ำหนักอยู่ในช่วงที่กำหนด ระบบจะคำนวณเงินบวกเข้าไปให้อัตโนมัติ

006*หมายเหตุ : อัตราการคิดราคาของสินค้าที่ขึ้นอยู่กับน้ำหนักนั้น น้ำหนักจะซ้ำ หรืออยู่ระหว่างกันไม่ได้ เช่น เมื่อกำหนดอัตราการจัดส่ง ขึ้นอยู่กับน้ำหนัก 2 – 4 kg. ไปแล้ว หากจะต้องเพิ่มอัตราการจัดส่งที่ขึ้นอยู่กับน้ำหนักอีกหนึ่งอัน ต้องตั้งค่าให้มากกว่า 4 หรือน้อยกว่า 2 เป็นต้น 

ข้อมูลที่กำหนดจะถูกนำไปแสดงในหน้า Cart ดังภาพด้านล่าง

004-2

การจัดส่งสินค้าแบบ Walkin

จะเป็นการตั้งค่าแบบ Walkin คือ ให้ลูกค้าเข้ามารับของที่หน้าร้าน โดยสามารถระบุเวลาที่ร้านเปิด – ปิด และตำแหน่งของร้านค้าได้ การตั้งค่าต่าง ๆ มีดังนั้น

  • การตั้งค่าในส่วนของเวลาทำการ ผู้ใช้งานสามารถ ระบุเวลาที่เปิดร้าน หรือเวลาที่สะดวกที่จะให้ ลูกค้าของท่านเข้ามารับสินค้าได้ โดยการตั้งค่า ก็ทำได้อย่างง่าย เพียงแค่คลิกลงไปบนตาราง แถบสีเขียวแสดงวันเวลาที่ผู้ใช้งานสะดวกให้ ลูกค้าของท่านเข้ามารับสินค้า และคลิกที่ปุ่ม submit007
  • การตั้งค่าในส่วนของตำแหน่งร้านค้า ผู้ใช้งานสามารถตั้งค่าตำแหน่งของร้านค้าของท่านโดยการคลิกที่008
  • และคลิกในตำแหน่งแผนที่ ที่ต้องการปักหมุดลงไป จะเห็นได้ว่ามี marker แสดงอยู่ในแผนที่เรียบร้อยแล้ว จากนั้นให้คลิกปุ่ม 009แล้วคลิกที่ marker ที่ปักไว้ก่อนหน้า ซึ่งในขั้นตอนนี้จะเป็นการเชื่อมรายละเอียดของร้านค้าของผู้ใช้งาน โดยค่ามันแสดงค่าเริ่มต้นให้ ผู้ใช้งานสามารถเปลี่ยนรายละเอียดของร้านค้าได้ ได้โดยการคลิกที่ 011 จะแสดงขึ้นเป็น dialog ขึ้นมา

012

  • เมื่อแก้ไขเรียบร้อยแล้ว กดที่ปุ่ม submit1
  • หลังจากนั้นให้กด submit เพื่ออัพเดทข้อมูลที่เปลี่ยนแปลงไปทั้งหมด

 

วิธีการชำระเงิน (Payments)

การตั้งค่าวิธีการชำระเงิน ผู้ใช้งานสามารถตั้งค่าได้อย่างง่ายดาย

  • เริ่มต้นด้วยการคลิกที่เมนูทางด้านซ้ายที่เขียนว่า ตั้งค่า (Settings)

capture

  • จากนั้นให้คลิกที่เมนูทางด้านซ้ายที่เขียนว่า วิธีการชำระเงิน (Payments)

capture

จะพบหน้าที่แสดงดังรูปต่อไปนี้

55-5

จะเห็นได้ว่ามีการตั้งค่าการวิธีการชำระเงินทั้งหมด 3 วิธี คือ

โอนผ่านธนาคาร

55-6

  • เป็นการตั้งค่าข้อมูลต่าง ๆ ที่เกี่ยวกับข้อมูลการชำระเงินเกี่ยวกับการโอนเงินผ่านธนาคาร ไม่ว่าจะเป็นการตั้งชื่อ เพื่อบอกว่าการชำระนี้เป็นการโอนเงินผ่านธนาคาร โดยจะเชื่อมโยงกับในส่วนของหน้า Checkout

capture

  • ผู้ใช้งานสามารถเปิด – ปิดการใช้ โดยการเลือกที่ เปิดการใช้งาน เพื่อที่จะเปิดการใช้งาน และเลือก ยกเลิกการใช้งาน เพื่อปิดการใช้งาน  capture
  • การตั้งค่าบัญชีธนาคาร ผู้ใช้งานต้องเลือกบัญชีธนาคารที่มี และกรอกข้อมูลให้ถูกต้อง เพื่อให้ลูกค้าของผู้ใช้งานทราบ เพื่อทำการโอนเงินและแจ้งการโอนเงินให้กับผู้ใช้งานทราบ

capture

  • เมื่อเอาเม้าส์วางไว้เหนือรูปเฟือง capture จะสามารถเพิ่ม หรือลบรายการธนาคารนั้น ๆ ได้ โดยเมื่อคลิกที่คำว่า และ (And) เพื่อเพิ่มช่องกรอกข้อมูลธนาคาร หรือคลิกที่รูปถังขยะ เพื่อลบข้อมูลของธนาคารนั้น   capture
  • ช่องกรอกข้อมูลด้านล่าง เป็นข้อมูลเพิ่มเติมที่ผู้ใช้งานต้องการบอกให้กับลูกค้าของผู้ใช้งานทราบ โดยกรอกในช่องดังภาพ ข้อมูลจะถูกในไปแสดงในส่วนของหน้า checkout

capture

  • เมื่อกรอกข้อมูลต่าง ๆ เรียบร้อยแล้ว ให้กดที่ปุ่ม  capture เพื่อบันทึกการตั้งค่าต่าง ๆ ที่ได้กรอกไว้ข้างต้น

เพย์พาล (Paypal)

capture

การตั้งค่าการชำระเงินแบบ Paypal ก็สามารถจัดการได้อย่างง่าย การตั้งค่าบางอย่างจะคล้ายกับการตั้งค่าของการโอนเงินผ่านธนาคาร อาทิเช่น การเปิด – ปิดการใช้งาน, การเปลี่ยนชื่อที่แสดง, ข้อความ

  • การตั้งค่าอีเมล์ Paypal เพียงผู้ใช้งานกรอกอีเมล์ของ Paypal ก็สามารถทำให้ผู้ใช้งานใช้งานระบบ Paypal ได้แล้ว เมื่อตั้งค่าเรียบร้อยแล้ว ให้กดปุ่ม capture เพื่อบันทึกการตั้งค่าต่าง ๆ ที่ได้กรอกไว้

เงินสด (Cash)

capture

การตั้งค่าการชำระเงินแบบเงินสด สามารถจัดการได้อย่างง่าย โดยมีหลาย ๆ ส่วน มีการตั้งค่าบางอย่างจะคล้ายกับการตั้งค่าของการโอนเงินผ่านธนาคาร อาทิเช่น การเปิด – ปิดการใช้งาน, การเปลี่ยนชื่อที่แสดง

  • การตั้งค่าคำอธิบาย คือ ผู้ใช้งานสามารถเพิ่มคำอธิบายเพื่อให้ลูกค้าของผู้ใช้งานทราบว่าต้องทำอย่างไร เมื่อเลือกการชำระผ่าน เงินสดcapture
  • การตั้งค่าคำแนะนำ คือ ผู้ใช้งานสามารถเพิ่มคำแนะนำเพื่อให้ลูกค้าของผู้ใช้งานทราบว่ามีเงื่อนไขอะไรบ้าง เมื่อเลือกการชำระผ่านเงินสด

capture

  • หลังจากตั้งค่าเรียบร้อยแล้ว ให้กดปุ่ม  capture   เพื่อบันทึกการตั้งค่า

การตั้งค่าข้อมูลวิธีการชำระเงินต่าง ๆ จะแสดงอยู่ในหน้า Checkout ดังภาพด้านล่าง

  • แสดงข้อมูลต่าง ๆ ที่ตั้งค่าเมื่อเลือกวิธีการชำระเงินผ่านการโอนเงินผ่านธนาคาร

capture

  • เมื่อคลิกที่ เลือกธนาคาร  capture    จะแสดง dialog ขึ้นมาให้เลือกธนาคารที่ตั้งค่าไว้

55-7

  • แสดงข้อมูลต่าง ๆ เมื่อเลือกวิธีการชำระเงินผ่าน Paypal

capture

  • แสดงข้อมูลต่าง ๆ เมื่อเลือกการชำระเงินผ่านเงินสด (cash)

capture

ข้อมูลต่าง ๆ เป็นข้อมูลที่ถูกตั้งค่าในส่วนวิธีการชำระเงิน ที่กล่าวไปข้างต้น

 

หมวดหมู่ (Categories)

การจัดการประเภทสินค้าใช้ในการเพิ่มข้อมูลสินค้าจะมีประเภทสินค้าให้เลือกตามที่ได้เพิ่มไว้

1.  การเพิ่มประเภทของสินค้า กดปุ่ม +

006

2.  กรอกชื่อประเภทสินค้าและคีย์เวิร์ด

7

  • กรอกชื่อประเภทสินค้า ตัวอย่างเช่น ขายสินค้ารองเท้า อาจจะให้หมวดหมู่หลักเป็น รองเท้า หมวดหมู่ย่อยเป็น Nike, Adidas เป็นต้น
  • คีย์เวิร์ดคือคำที่ใช้ค้นหาในหน้าของ Google ตัวอย่างเช่น รองเท้า รองเท้าแฟชั่น รองเท้าคุณภาพดี

8

สินค้า (Products)

1. การเพิ่มสินค้า กดที่ปุ่ม +

018

2. กรอกข้อมูลสินค้า

54

  • ชื่อสินค้า ตัวอย่างสินค้าเช่น รองเท้า Nike ชื่อสินค้า อาจจะเป็น Nike Sweet Classic
  • Code คือ รหัสของสินค้า ตัวอย่าง สินค้าคือ รองเท้า Nike code อาจจะเป็น N001
  • No category ให้เลือกประเภทสินค้า ประเภทสินค้าจะมีขึ้นตามที่ได้เพิ่มใน หมวดหมู่
  • หน่วย คือ หน่วยของสินค้า ตัวอย่างคือ รองเท้ามีหน่วยเป็น คู่ นาฬิกา มีหน่วยเป็น ชิ้น เป็นต้น
  • น้ำหนักของสินค้า ถ้ามีสามารถใส่ที่ช่องน้ำหนักสินค้าได้เลย ถ้าไม่มีให้กดที่ปุ่ม ไม่มีน้ำหนัก
  • ที่มีจำหน่าย คือ จำนวนสินค้าที่มีอยู่ ถ้าไม่จำกัดให้กดที่ปุ่ม ไม่จำกัด
  • ราคาของสินค้า คือราคาเต็มของสินค้า
  • จำหน่ายราคา คือราคาของสินค้าที่ลดแล้ว

ตัวอย่างการเพิ่มข้อมูลสินค้า

54-1

3.  อัปโหลดรูปภาพสินค้า

สามารถอัปโหลดรูปสินค้าโดยคลิกที่ปุ่ม หรือลากรูปมาลงได้เลย สามารถอัปโหลดรูปได้สูงสุดถึง 9 รูป สามารถลากสลับตำแหน่งรูปภาพได้

21

ตัวอย่างการอัปโหลดรูปภาพ

22

  1.  เสิร์ชเอ็นจิ้น (SEO)

23

  • ระบบจะนำชื่อสินค้ามาเป็นชื่อเพจให้อัตโนมัติ สามารถแก้ไขให้เป็นชื่อตามที่ต้องการได้ จะต้องมี Keyword อยู่ในชื่อด้วย
  • Keyword คือคำที่ใช้ค้นหาในหน้าของ Google ตัวอย่าง Nike, Nike Sweet, Nike Sweet Classic
  • คำอธิบาย คือ คำอธิบายสินค้า ต้องมีคีย์เวิร์ดอยู่ในคำอธิบายด้วย

ตัวอย่างการเพิ่มเสิร์ชเอ็นจิ้น

24

เมื่อกดบันทึกข้อมูลแล้ว ข้อมูลจะมาอยู่ในตาราง

25

5.  เปิดการใช้งานสินค้า

การเปิดใช้งานสินค้า เพื่อให้สินค้าแสดงที่หน้าเว็บไซต์

0026

6.  การตั้งค่าร้านค้า

กดที่ปุ่มตั้งค้าร้านค้า

027

เมื่อกดตั้งค้าร้าน จะมีให้เลือก 3 รายการ

  • แสดงบนโชว์เคส คือ จะแสดงสินค้าในโชว์เคสบนหน้าเว็บไซต์
  • แสดงบนชั้น คือ จะแสดงสินค้าที่ชั้นบนหน้าเว็บไซต์
  • ซื้อไม่ได้ คือ สินค้านี้ไม่สามารถซื้อได้

028

เปิดใช้งานการแสดงบนโชว์เคส เพื่อให้สินค้าแสดงบนหน้าเว็บไซต์

029

ตัวอย่างแสดงบนหน้าเว็บไซต์

30

 

ขั้นตอนการสั่งซื้อสินค้า

  1.  ไปที่หน้าเว็บไซต์ เลือกสินค้าที่ต้องการ

47

  1.  กดสั่งซื้อสินค้า

0031

3.  กดไปที่หน้ารถเข็น

0032

4.  เลือกวิธีการจัดส่งสินค้า

สามารถเลือกวิธีการจัดส่งสินค้าได้ 3 แบบ

  • โชว์รูม คือ มารับสินค้าที่ร้านด้วยตัวเอง
  • ส่งถึงที่ (แมสเซ็นเจอร์) คือ ส่งสินค้าให้ถึงที่
  • พัสดุ คือ ส่งสินค้าทางไปรษณีย์ไทย

033

1. โชว์รูม มี 2 ขั้นตอน เลือกสถานที่และวันเวลารับของ

034

2. ส่งถึงที่ (แมสเซ็นเจอร์) เลือกตำแหน่งที่ของให้นำสินค้าไปส่งโดยกดที่รูปรถสีเขียวมุมขวาล่าง

040

3. พัสดุ (จัดส่งโดยไปษณีย์) มี 2 ขั้นตอนเลือกโซนการจัดส่งและรูปแบบการจัดส่งสินค้า

041

5.  กดที่ปุ่มจ่ายเงิน

0048

6.  กรอกข้อมูลผู้สั่งซื้อ

49

7. เลือกวิธีการชำระเงิน

กดที่ชำระสินค้า

042วิธีการชำระเงินมีให้เลือก 3 แบบ

  • โอนเงินผ่านธนาคาร
  • PayPal
  • เก็บเงินปลายทาง/เก็บเงินสด

043

8.  กดปุ่มสั่งซื้อ

เมื่อสั่งซื้อสินค้าเรียบร้อยแล้วจะแสดงหน้าสั่งซื้อสินค้าเรียบร้อย บนหน้าเว็บไซต์

44

หน้ารายการสั่งซื้อจะแสดงข้อมูลการสั่งซื้อในตารางระบบหลังบ้าน

045

 

รายการสั่งซื้อสินค้า (Order)

  1.  ดูรายการสั่งซื้อสินค้า กดที่ปุ่มข้อมูล

000050

เมื่อกดแล้วจะแสดงข้อมูลรายละเอียดการสั่งซื้อสินค้า

46

2.  การชำระเงิน ถ้าตรวจสอบว่าลูกค้าชำระเงินเรียบร้อยแล้วให้กดที่ทำสัญลักษณ์การชำระเงิน

0050

เมื่อกดชำระเงินแล้วราคาจะเปลี่ยนเป็นจุดสีเขียว การดำเนินการสัญลักษณ์จะเปลี่ยนเป็นสัญลักษณ์กำลังดำเนินการ

51

3.  กำลังดำเนินการ คือการแจ้งเลข EMS ให้กับลูกค้า

0052

สามารถแจ้งเลข EMS ได้ 2 ช่องทาง คือ อีเมล์และ SMS

53

เมื่อกดปุ่มดำเนินการแล้ว สถานะส่งของจะเปลี่ยนเป็นสีเขียว

054

 

Rate This Article

(23 out of 58 people found this article helpful)

Leave A Comment?